ข่าวอสังหาริมทรัพย์

รวบรวมข่าวความเคลื่อนไหว ในแวดวงอสังหาฯ ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้ผู้ที่สนใจเรื่องบ้าน และลูกค้าได้อัพเดทข่าวสาร

26 ม.ค.2558

เมกาโฮม ท้ารบตลาดวัสดุฯรุกตจว.ชิงเค้ก1.3แสนล้าน

กิจกรรมและข่าวประชาสัมพันธ์ / ข่าวอสังหาริมทรัพย์

Google Plus

           โฮมโปรส่งบริษัทลูก "เมกาโฮม" ชิงเค้ก วัสดุก่อสร้างตลาดกลาง-ล่าง มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้าน เผย 1 ปีแรกเปิด 4 สาขา ทำรายได้ 2,800 ล้านบาท ตั้งเป้าเปิด 3 ปีรายได้แตะ 1 หมื่นล้าน วางเป้าหมาย 5 ปี เปิด 20 สาขา ครอบคลุมแหล่งอุตสาหกรรม-จังหวัดชายแดนรอยต่อเพื่อนบ้าน รุกเออีซี
 
          หลังจาก บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ผู้บริหารร้านวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ เครื่องมือช่าง สินค้าตกแต่งบ้าน ภายใต้ชื่อ โฮมโปรในเครือแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ส่ง บริษัทลูก เมกา โฮมเซ็นเตอร์ ภายใต้ แบรนด์ เมกาโฮม ออกมาตีตลาดวัสดุ ก่อสร้างตลาดกลางล่าง ท้าชนไทวัสดุ ในเครือเซ็นทรัล และสยามโกลบอลเฮ้าส์ ของ เอสซีจี ตั้งแต่ปี 2556 เจาะกลุ่มช่างและผู้รับเหมา โดยพัฒนาโมเดลคลังสินค้าครบวงจรในรูปแบบขายผ่าน"คลังสินค้า" พบว่าตลาดตอบรับสูง
 
          นางสุพรศรี นาคธนสุกาญจน์  ผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มสินค้า บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า หลังเปิดดำเนินการ มากว่า 1 ปี ใน 4 สาขา ได้แก่ สาขารังสิต, อ.แม่สอด จ.ตาก ,จ.หนองคาย และต.บ่อวิน จ.ชลบุรี  พัฒนา ศูนย์การค้าวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับบ้านอย่างครบวงจร ในคอนเซปต์ "Open Air" เนื้อที่แต่ละสาขาตั้งแต่ 10,000 -30,000 ตารางเมตร ปรากฏว่ายอดขายเติบโตค่อนข้างดี คาดว่าแต่ละสาขาจะคืนทุนได้ภายใน 2 ปี ปัจจุบันยอดขายรวมทั้ง 4 สาขา อยู่ที่ 2,800 ล้านบาท สาขาที่ทำรายได้ สูงสุด คือรังสิต มียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท
 
          เน้นตั้งสาขาใหม่ปีหน้ารับเออีซี
 
          สำหรับทำเลในแต่ละสาขาเน้นพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการสร้างโอกาสทางธุรกิจรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในปลายปี2558 อาทิ สาขา อ.แม่สอด และจ.หนองคาย สามารถกระจายสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน  เน้นที่ตั้งสาขาที่อยู่ ใกล้แหล่งอุตสาหกรรม และชุมชน ประกอบด้วย ที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ คนทำงาน และมหาวิทยาลัย ในปี2558 ได้วางแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีก 4 สาขา นำร่องที่อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พื้นที่เชื่อมต่อกัมพูชา เชื่อว่าจะสามารถขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้
 
          ตั้งเป้า5ปีขยาย20สาขา
 
          ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าภายใน 3 ปี เมกาโฮม ต้องทำรายได้กว่า10,000 ล้านบาท และมีแผนจะขยายสาขาให้ได้  20 สาขา ภายใน 5 ปี
 
          "ธุรกิจถือว่าเติบโตเร็วเมื่อเทียบกับธุรกิจเดียวกันในวงการค้าปลีกวัสดุก่อ สร้าง  ตลาดกลุ่มนี้ยอมรับคู่แข่งยังน้อย มีผู้เล่นที่บุกเบิกตลาด คือไทวัสดุกับสยามโกลบอลเฮ้าส์ เราเริ่มต้นจากโมเดลที่แตกต่างจากตลาด เพราะเป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หลากหลาย และเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า โดยอาศัยช่องว่างทางการตลาด ช่วยเติมเต็มโฮมโปร ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในกลุ่มลูกค้ารับเหมาก่อสร้าง ที่โฮมโปรมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 10%"นางสุพรศรี กล่าวและว่าสิ่งที่โฮมโปรและเมกาโฮมมีเหมือนกันคือ การพัฒนาแบรนด์สินค้าของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ Moya และการใช้ระบบบัญชีและไอทีร่วมกัน
 
          ชูแสนรายการเจาะตลาดกลาง-ล่าง
 
          นางสุพรศรี กล่าวว่า จุดเด่นของเมกาโฮม อยู่ที่มีสินค้าเกี่ยวกับบ้านครบวงจร ตอบสนองทุก ความต้องการ เป็นสินค้าราคาประหยัด เน้นจับ ตลาดกลางถึงล่าง เนื่องจากตลาดมีขนาดใหญ่ ปัจจุบันมีสินค้าถึง 100,000 รายการ แบ่งเป็น 5 กลุ่มคือก่อสร้าง, เครื่องใช้ไฟฟ้า,เครื่องใช้ภายใน บ้าน, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับระบบไฟที่ไม่เกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
 
          "สาเหตุที่ทำให้ราคาสินค้าเราไม่แพง เพราะมีการลดต้นทุนส่วนอื่น โดยเฉพาะการพัฒนาจุดวางสินค้าให้เป็นระบบเปิดโล่ง ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้ากว่าระบบเครื่องปรับอากาศในห้างสรรพสินค้าประมาณ 2-3 เท่า เราจึงนำส่วนต่างตรงนี้ไปลดราคาสินค้าให้กับผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 15-30%"
 
          เน้นสร้างการจดจำให้ลูกค้า
 
          นางสุพรศรี  กล่าวถึงเป้าหมายทางธุรกิจใน 3 ปีแรกว่า ต้องการที่จะเป็นแบรนด์ที่สร้าง "การจดจำ" ให้กับลูกค้าเกี่ยวกับบ้าน ที่ลูกค้าจดจำได้ โดยเป้าหมายหลักต้องการที่จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้า ช่าง และผู้รับเหมาขนาดกลางขึ้นไปประมาณ 50% จาก 30% ในปัจจุบันและเป็นกลุ่มผู้บริโภคอีก 50% ภายใน 3 ปี
 
          ดังนั้นการให้บริการปีแรกจึงเน้นระบบการพัฒนาด้านบริการให้เป็นที่ปรึกษาแนะ นำสินค้า รวมถึงมีระบบบริการสมาชิกซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 1 แสนคน เพื่อพัฒนาการให้บริการลูกค้า ซึ่งมีฐาน ข้อมูลเดิม ทำให้ลูกค้าไม่ต้องกลับมาสั่งซื้อสินค้าที่คลังสินค้าอีกครั้ง
 
          ชูสินค้าครบวงจรดึงลูกค้า
 
          ทั้งนี้โมเดลธุรกิจเน้นไปที่การเป็นศูนย์รวมสินค้าเกี่ยวกับบ้านครบวงจร ขยายไปถึงการบริการสินค้าราคาส่ง สำหรับพ่อค้า แม่ค้า ทำให้จัดโซนสินค้าส่งชื่อดังของเมืองไทย ประกอบด้วย สำเพ็ง โดดเด่นด้านของขวัญ อุปกรณ์การเรียน, บางโพ ผลิตภัณฑ์ไม้ รวมถึงคลองถมเป็นกลุ่ม เครื่องมือช่างและเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าจึงตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มครอบครัว จึงสามารถเลือกสรรสินค้าได้ที่นี่อย่างครบวงจร ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุ
 

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ( 22 ธันวาคม 2557 )
http://www.reic.or.th/News/News_Detail.aspx?newsid=48384