ถามตอบ

ไขปัญหา ข้อข้องใจเกี่ยวกับบ้าน และขั้นตอนการก่อสร้าง ที่นี่เรามีคำตอบ

Google Plus

หัวใจของเราคือ งานบริการ

“พีดีเฮาส์” เต็มใจและพร้อมให้บริการทุกขั้นตอน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสร้างบ้านบนดิน ของท่าน โดยมีแบบบ้านไว้ให้ท่านเลือกหลายรูปแบบ และหลายรสนิยม เราดำเนินการโดยทีมงาน ผู้มีประสบการณ์มานานกว่ากันทุกหลังแล้วเสร็จตามเวลาแะลเป็นที่พึงพอใจของท่าน

  • Q พีดีเฮ้าส์ มีบริการหลังการขายหรือการรับประกันผลงานอย่างไร
    A

    งานโครงสร้างหลัก รับประกัน 15 ปี ในส่วนของงานก่อสร้างทั่วๆ ไปรับประกันนาน 3 ปี หากมีข้อบกพร่องหรือชำรุดเกิดขึ้นภายหลัง บริษัทฯ จะทำการซ่อมแซมและบำรุงรักษาให้ ฟรี พร้อมทั้งมีบริการเข้าตรวจทุก ระยะ 3 เดือนในปีแรก และทุกๆ 6 เดือนในปีถัดไปตามโปรแกรมตามที่บริษัทกำหนดไว้

  • Q ไม่ทราบว่า พีดีเฮ้าส์ รับสร้างบ้านในต่างจังหวัดด้วยหรือไม่ ?
    A

    ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เรายินดีให้บริการรับสร้างบ้านทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขามากที่สุดเป็นอันดับ 1 และเปิดให้บริการแล้วถึง 18 สาขาทั่วทุกภูมิภาค เช่น เชียงใหม่ พิษณุโลก อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา สระบุรี ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ภูเก็ต และกรุงเทพฯปริมณฑล ฯลฯ เป็นต้น

  • Q หากรับสร้างบ้านในต่างจังหวัด อยากทราบว่ามีค่าใช้จ่ายหรือค่าขนส่งเพิ่มหรือไม่
    A

    ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มค่ะ โดยพิจารณาจากระยะทางระหว่าง “สถานที่ก่อสร้างบ้านของท่าน” กับ “ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์” ที่มีสาขาตั้งอยู่ในจังหวัดนั้นๆ ไม่เกิน 100 กิโลเมตร หากระยะทางมากกว่านั้น จะพิจารณาค่าใช้จ่ายเพิ่มเป็นกรณีๆ ไปค่ะ

  • Q โครงสร้างคอนกรีตสำเร็จรูป Multi-joint Lock System ของบริษัทฯ มีข้อดีและข้อแตกต่างอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับโครงสร้างสำเร็จรูปของบริษัทอื่น หรือหากเปรียบเทียบกับวิธีเทคอนกรีตโครงสร้างในที่
    A

    โครงสร้างคอนกรีตสำเร็จรูป Multi-joint Lock System นั้นได้พัฒนาการออกแบบด้านวิศวกรรม โดยเฉพาะด้านการยึดต่อและยึดเหนี่ยวโครงสร้างระหว่าง เสา คาน พื้น ในทุกๆ จุดที่มีการยึดต่อกัน ด้วยการออกแบบจุดต่อเสาและคานเป็นแบบ Socket หรือเรียกว่า เบ้าและเดือย สามารถยึดต่อกันได้โดยไม่ต้องใช้วิธีเชื่อมต่อเหล็กแกนเสาหรือคานเหมือนโครงสร้างสำเร็จรูปแบบเดิมๆ ความแตกต่างกัน อีกประการที่สำคัญคือ โครงสร้างสำเร็จรูป Multi-joint Lock Systemจะมีความแม่นยำมากในการผลิตชิ้นงานเสาและคาน ทั้งนี้เพราะว่าวิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณโครงสร้าง มีการกำหนดจุดยึดต่อของเสา คาน และพื้นลงในแบบพิมพ์เขียวที่ใช้ทำการผลิตชิ้นงานเอาไว้โดยละเอียด หากว่าโรงงานผู้ผลิตชิ้นงานเสา คาน พื้น ผลิตคลาดเคลื่อนไปจากขนาดและระยะต่างๆ ที่กำหนดไว้ในแบบพิมพ์เขียว จะทำให้โครงสร้างไม่สามรถประกอบติดตั้งเข้าด้วยกันได้ ซึ่งสะท้อนถึงความแม่นยำของงานโครงสร้างบ้านท่านเป็นอย่างดีว่าเป็นไปตามที่วิศวกรออกแบบและกำหนดไว้ หากเปรียบเทียบกับระบบ โครงสร้างหล่อในที่ทั่วๆ ไป ขอยืนยันว่าความแม่นยำของโครงสร้างสำเร็จรูป Multi-joint Lock System ในเรื่องของ ระยะ ขนาด ระดับ แนวดิ่ง และแนวฉากของโครงสร้างที่ทำการติดตั้งเสร็จแล้วนั้น จะได้มาตรฐานและคุณภาพเหนือกว่าระบบหล่อในที่อย่างชัดเจน นอกจากนี้ระยะเวลาก่อสร้างที่รวดเร็วกว่า 2-3 เท่าในสถานที่ก่อสร้างสำหรับงานโครงสร้าง ยังช่วยให้ท่านได้บ้านที่เสร็จสมบูรณ์เร็วกว่าระบบโครงสร้างคอนกรีคหล่อในที่

  • Q วัสดุปูพื้นชั้นล่างทั่วไปตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้นั้นเป็นพื้นลามเนต เหตุใด ไม่กำหนดเป็นกระเบื้องเคลือบเซรามิคเหมือนบริษัทอื่นๆ ในระยะยาวจะมีปัญหาหรือไม่ อยากทราบเหตุผลและความแตกต่างด้วยค่ะ
    A

    บริษัทฯ กำหนดวัสดุปูพื้นชั้นล่างทั่วไปเป็นพื้นลามิเนตนั้น เหตุผลได้แก่ 
    1) มีความสวยงามและคงทนไม่แตกต่างกับกระเบื้องเคลือบเซรามิค แต่ให้ความรู้สึกและอารมณ์การใช้งานอบอุ่นมากกว่ากระเบื้องเคลือบ 
    2) การอยู่อาศัยโดยทั่วไป พื้นที่ชั้นล่างจะสมาชิกในครอบครัวจะมีกิจกรรมร่วมกันมากกว่าชั้นบน รวมถึงสมาชิกที่เป็นเด็กและผู้สูงวัยโดยส่วนใหญ่จะอยู่อาศัยชั้นล่าง ซึ่งข้อนี้สถาปนิกผู้ออกแบบของบริษัทฯ ให้ความสำคัญและคำนึงถึงความปลอดภัย ขณะที่มีการใช้สอยในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม้พื้นลามิเนตมีความยืดหยุ่นตัวสูงกว่า หากว่าเด็กเล็กหรือผู้สูงวัยหกล้มแล้ว จะไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเหมือนพื้นกระเบื้องเคลือบ

    คำถามที่ว่าทำไม ไม่กำหนดเป็นกระเบื้องเคลือบเซรามิคเหมือนบริษัทอื่นๆ เหตุผลส่วนหนึ่งก็เป็นดังกล่าวข้างต้น อีกประการคือ เราพิจารณาประโยชน์ใช้สอยของลูกค้ามากกว่าต้นทุนก่อสร้าง เพราะพื้นลามิเนตราคานั้นจะสูงกว่ากระเบื้องเคลือบเกือบ 2 เท่า ดังนั้นผู้ประกอบการรายอื่นๆ จึงนิยมนำมากำหนดไว้เป็นวัสดุมาตรฐานเพราะต้นทุนต่ำกว่า ในส่วนที่ท่านถามว่าในระยาวจะมีปัญหาหรือไม่นั้น ท่านไม่ต้องกังวลครับ เพราะสินค้ามีการผลิตที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้ผลิตมีการรับประกันสินค้าให้ด้วยครับ

  • Q หากเงินสดไม่พอ และต้องการขอกู้ธนาคาร ไม่ทราบว่าบริษัทฯ มีบริการอย่างไรบ้าง
    A

    พีดีเฮ้าส์ ได้รับความไว้วางใจจากสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง ในการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้าที่ต้องการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง เช่น ธนาคารกรุงเทพ ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย อาคารสงเคราะห์ ฯลฯ ฉะนั้นลูกค้าไม่จำเป็นต้องมีเงินสดหรือออมเงินจนครบก่อน โดยท่านควรมีรายได้ประจำตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนดไว้ (ประมาณ 2.5 – 3 เท่าของยอดเงินที่จะผ่อนชำระแต่ละเดือน) นอกจากนี้การขอสินเชื่อกับธนาคารผ่านการให้บริการรับสร้างบ้านกับพีดีเฮ้าส์ ยังช่วยท่านประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการของสินเชื่อกับธนาคาร เมื่อเปรียบเทียบกับการที่ท่านติดต่อขอสินเชื่อด้วยตนเอง เช่น ค่าตรวจงวดงาน ค่าประเมิน ค่าจดจำนอง ค่าจดนิติกรรม และเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ (ตามที่ธนาคารร่วมจัดกิจกรรม) รวมทั้งยังได้รับความสะดวกในเรื่องการตรวจสอบคุณภาพงานในแต่ละขั้นตอน และการเบิกจ่ายเงินในแต่ละงวดงานระหว่างธนาคารกับบริษัท ฯลฯ ซึ่งท่านไม่ต้องเดินทางไปรับเงินที่ธนาคารทุกๆ งวด/ครั้ง เพื่อจะนำมาจ่ายให้แก่บริษัทฯ เพราะธนาคารมีวิธียืนยันการตรวจงานและอนุมัติจ่ายเงินที่ทันสมัย (รายละเอียดสอบถามเพิ่มได้ที่ฝ่ายขายทุกสาขาครับ)

  • Q พีดีเฮ้าส์ รับสร้างบ้านที่จังหวัดฉะเชิงเทราหรือไม่ และควรจะติดต่อกับสาขาใด
    A

    ฉะเชิงเทราอยู่ในพื้นที่ให้บริการ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือค่าขนส่งใดๆ เพิ่มครับ ท่านสามารถติดต่อสาขาใกล้บ้านหรือสาขาสะดวกที่สุด เช่น ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ สาขารามอินทรา (กม.8) โทร. 0-2988-9216-7 หรือ สาขาชลบุรี โทร. 038-765-560-4

  • Q อิฐมวลเบา ช่วยลดเสียงและความร้อนเข้าสู่ตัวบ้านได้จริงหรือไม่
    A

    จริงครับ และดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับอิฐมอญหรืออิฐบล็อกทั่วไป เนื่องเพราะกระบวนการผลิตอิฐมวลเบา หรือคอนนกรีตมวลเบาชนิดอบไอน้ำ ซึ่งทำให้เกิดฟองอากาศขึ้นในเนื้อวัสดุและทำหน้าที่เป็นฉนวนในตัว แต่ขอแนะนำว่าควรเลือกใช้ขนาดความหนาของอิฐมวลเบาไม่น้อยกว่า 9 หรือ 10 เซนติเมตรขึ้นไป เพราะความหนา 7.5 เซนติเมตร ตามผลทดสอบไม่ช่วยอะไรมากนัก แต่ที่ผู้ประกอบการนิยมใช้กันเพราะประหยัดต้นทุนหรือราคาต่ำกว่า 

    เปรียบเทียบง่ายๆ ครับ เมื่อลดความหนาจาก 10 เซนติเมตร เหลือเพียง 7.5 เซนติเมตร แปลว่าความหนาลดลง 25 % ฉะนั้นต้นทุนก็ต่ำกว่า 25%

  • Q ดูจากรายละเอียดการให้บริการ บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้า-ประปา (ชั่วคราว-ถาวร) โดยมี ตัวเลขค่าใช้จ่ายระบุไว้ในวงเล็บรวมแล้วกว่า 30,000 บาท อยากทราบเจ้าของบ้านต้องจ่ายเองใช่หรือไม่
    A

    ฟรี ครับ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวรวมอยู่ในงานบริการสร้างบ้านอยู่แล้ว ฉะนั้นท่านเจ้าของบ้านไม่ต้องควักเงินจ่ายเพิ่มอีก ซึ่งเมื่อเปรียบกับบริษัทรับสร้างบ้านรายอื่นๆ จะไม่รวมไว้หรือท่านจะต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายนี้เอง ยืนยันอีกครั้ง ฟรี ครับ

  • Q อยากทราบว่าประตู-หน้าต่างเป็นไวนิล ของผู้ผลิต WINSDOR รุ่น MARK 2 ระบบ SINGLE LOCK และรุ่น MARK 2 ระบบ MULTIPOINT LOCK ที่ระบุไว้ตามรายการวัสดุก่อสร้างรุ่น Exclusive, Smart Series แตกต่างกันอย่างไร ทั้งในด้านคุณภาพและราคาของทั้ง 2 รุ่น
    A

    ประตู-หน้าต่างไวนิล แบรนด์วินด์เซอร์ ตามที่ ศูนย์รับสร้างบ้านพีดีเฮ้าส์ เลือกนำมาใช้เป็นวัสดุมาตรฐานรุ่น Exclusive และ Smart Series ตามที่ท่านถามมานั้น คุณสมบัติและมาตรฐานของเนื้อวัสดุวงกบและกรอบบานผลิตจาก uPVC ชนิดและคุณสมบัติเหมือนกัน รูปแบบหน้าตัดขนาดเดียวกัน โครงภายในกรอบบานจะมีเหล็กเสริม ขนาดและมาตรฐานเดียวกัน การติดตั้งและการป้องกันน้ำรั่วซึมก็ใช้วัสดุและมาตรฐานเดียวกัน แต่จะมีข้อแตกต่างในเรื่องของระบบการล๊อค กล่าวคือ

    ระบบล๊อคประตู-หน้าต่างไวนิล ของวินด์เซอร์ ตามวัสดุมาตรฐานรุ่น Exclusive Series บริษัทฯ จะเลือกใช้แบบ “ล๊อคจุดเดียว” หรือผู้ผลิตเรียกกันว่า “Single Lock” ซึ่งมีความแข็งแรงปลอดภัยเพียงพอต่อการใช้งานปกติทั่วไป 

    สำหรับวัสดุมาตรฐานรุ่น Smart Series บริษัทฯ จะเลือกใช้ระบบล๊อคแบบ “ล๊อค 2 จุด” หรือผู้ผลิตเรียกว่าแบบ “Multipoint Lock” ซึ่งเป็นการล๊อคแบบพิเศษหรือเพิ่มระบบล๊อคมากกว่า 1 จุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของบ้านหรือผู้อยู่อาศัย 

    ข้อแตกต่างอื่นๆ ของประตู-หน้าต่างไวนิล แบรนด์วินเซอร์ ทั้งสองรุ่นนี้ที่เห็นได้ชัดเจนคือ รูปแบบอุปกรณ์มือจับ (แต่ก็สวยทั้งสองรุ่น) รวมถึงสนนราคาของระบบล๊อคแบบ “Multipoint Lock” ราคาจะแพงกว่าระบบ Single Lock พอสมควร (ราคาเฉลี่ยจะแพงกว่า 25-30%) เหตุผลเพราะจะมีอุปกรณ์ระบบล๊อคที่ใช้มากกว่าและมีความซับซ้อนกว่า 

    กล่าวได้ว่าทั้ง 2 รุ่นมีความสวยงาม แข็งแรง และเหมาะสมใช้งานเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับเหตุของเจ้าของบ้านว่าจะเลือกระบบล๊อคแบบใด เช่น หากต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษของระบบล๊อคและมีกำลังจ่าย ก็ขอแนะนำเลือกระบบล๊อคแบบ“Multipoint Lock” เพื่อเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้น

    ขอขอบพระคุณท่านเจ้าของคำถามนี้ เพราะถือว่าช่างสังเกตุและมีความละเอียดรอบคอบดีมาก (คงพอจะเข้าใจว่า แบบ้านเดียวกัน แต่เลือกใช้วัสดุมาตรฐานรุ่น Smart Series ราคาถึงสูงกว่า) ซึ่งผู้เขียนเองพบว่า ผู้ให้บริการรับสร้างบ้านหลายๆ รายก็เลือกใช้ประตู-หน้าต่างไวนิล แบรนด์วินเซอร์ เป็นวัสดุมาตรฐานเช่นกัน หากแต่ว่าไม่ระบุรุ่นและระบบล๊อคให้ชัดเจน อ้างแต่เพียงแบรนด์วินด์เซอร์เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ทราบดีว่าราคาของวัสดุทั้ง 2 รุ่น แตกต่างกันเฉลี่ยประมาณ 25-30% ตัวอย่างเช่น หากเป็นระบบล๊อคแบบ “Single Lock” ราคาประตู-หน้าต่างทั้งหลังเป็นเงิน 500,000 บาท ถ้าใช้วินด์เซอร์รุ่น “Multipoint Lock” ราคาจะเพิ่มเป็น 650,000 บาท หากเจ้าของบ้านไม่ศึกษารายละเอียดก็เข้าใจผิดว่า...วัสดุเหมือนๆ กัน